คำถามที่พบบ่อย
ค้นหาคำตอบสำหรับคำถามที่พบบ่อยของนักลงทุนเกี่ยวกับธุรกิจ ผลการดำเนินงาน และข้อมูลผู้ถือหุ้น
บริษัทประกอบธุรกิจให้บริการทางการแพทย์และการรักษาพยาบาลภายใต้ชื่อ "โรงพยาบาลพระรามเก้า" เพียงแห่งเดียว เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2535 ปัจจุบันมีเตียงจดทะเบียนรวม 204 เตียง โดยมุ่งเน้นการแพทย์เฉพาะทางและการรักษาโรคยากซับซ้อน ภายใต้วิสัยทัศน์การเป็น "Most Trusted Hospital" ด้วยบริการที่มีคุณภาพในอัตราค่าบริการที่คุ้มค่าและสมเหตุสมผล (Value for Money Services)
บริษัทวางตำแหน่งเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านโรคยากซับซ้อน โดยเฉพาะสถาบันโรคไตและเปลี่ยนไตซึ่งเป็นที่ยอมรับระดับประเทศ ในอัตราค่าบริการที่คุ้มค่า (Value for Money) เมื่อเทียบกับคุณภาพการรักษาระดับสากล รวมถึงได้รับการรับรอง JCI ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2553 และติดอันดับ Top 10 โรงพยาบาลชั้นนำของไทยจาก Newsweek World's Best Hospitals 2025 ตำแหน่งนี้ทำให้บริษัทไม่มีการแข่งขันด้านราคากับโรงพยาบาลทั่วไป และไม่ต้องแบกต้นทุนการบริหารเครือข่ายโรงพยาบาลขนาดใหญ่
โรงพยาบาลพระรามเก้ามีศูนย์ความเป็นเลิศทั้งหมด 5 ศูนย์ ข้อมูลศูนย์ความเป็นเลิศทั้ง 5 ศูนย์ของโรงพยาบาลประกอบด้วย
- สถาบันโรคไตและเปลี่ยนไต (Kidney Transplant Institute)
- สถาบันหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Institute)
- ศูนย์สมองและระบบประสาท (Neuroscience Center)
- ศูนย์กระดูกและข้อ (Orthopedics Center)
- ศูนย์การผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็ก (MIS: Minimally Invasive Surgery)
ทั้งนี้ ทั้ง 5 ศูนย์ดำเนินการภายใต้กลยุทธ์ Global Standard เน้นรักษาอวัยวะสำคัญและโรคซับซ้อน ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อน Case Intensity และรายได้ต่อเคสของบริษัท
ในปี 2568 รายได้ผู้ป่วยต่างชาติเติบโต 73% จนมีสัดส่วน 26% ของรายได้ค่ารักษาพยาบาล โดยมีกลุ่ม Fly-in จากตะวันออกกลางเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก บริษัทตระหนักถึงความเสี่ยงจากการกระจุกตัวและความไม่แน่นอนในภูมิภาค จึงมีแผนกระจายฐานตลาดสู่ประเทศเป้าหมายใหม่ควบคู่กันไป ทั้งนี้ ฐานรายได้หลักของบริษัทยังคงเป็นผู้ป่วยชาวไทยที่ประมาณ 74% ของรายได้ค่ารักษาพยาบาล ซึ่งช่วยจำกัดผลกระทบหากตลาดใดตลาดหนึ่งชะลอตัว
บริษัทขยายฐานผู้ป่วยไทยผ่านความร่วมมือเชิงรุกกับบริษัทประกันและคู่สัญญาองค์กร ซึ่งเห็นผลชัดเจนจากรายได้กลุ่ม Corporate Contract ที่เติบโตกว่าเท่าตัวในปี 2568 ควบคู่กับการเปิดบริการใหม่ที่เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ นอกเหนือจากฐานเดิมซึ่งเป็นผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคซับซ้อน รวมถึงการสื่อสารแบรนด์เชิงรุกทั้งในและต่างประเทศ
บริษัทได้มีการบริหาร Capacity ผ่านการเพิ่มมูลค่าต่อเคสมากกว่าการเพิ่มจำนวนเตียงเพียงอย่างเดียว โดยลงทุนต่อเนื่องใน ICU/CCU เครื่องมือแพทย์สำหรับการรักษาซับซ้อน หอผู้ป่วยพรีเมียม และการปรับปรุงขยายพื้นที่ให้บริการเพื่อรองรับปริมาณผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น ซึ่งการรักษาโรคซับซ้อนสร้างรายได้ต่อวันนอนสูงกว่าการรักษาทั่วไป ทำให้รายได้เติบโตได้แม้จำนวนเตียงคงที่ (สะท้อนจากรายได้ IPD ปี 2568 ที่เติบโต 26.8% จากทั้งจำนวนวันนอนและรายได้เฉลี่ยต่อวันนอน)
การลงทุนระบบ HIS และ ERP ใหม่ภายใต้แนวทาง Smart Hospital มีเป้าหมายเชิงธุรกิจที่ชัดเจน คือลดขั้นตอนซ้ำซ้อนและต้นทุนการดำเนินงานผ่านการทำงานแบบไร้กระดาษ และใช้ Data Analytics สนับสนุนการบริหาร ซึ่งผลลัพธ์ส่วนหนึ่งสะท้อนในอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง
นโยบายเงินปันผลกำหนดขั้นต่ำไว้ที่ 40% ของกำไรสุทธิ โดยอัตราจ่ายจริงขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงาน แผนการลงทุน และดุลยพินิจของคณะกรรมการในแต่ละปี ทั้งนี้ ด้วยฐานะการเงินที่ปลอดหนี้และกระแสเงินสดที่แข็งแรง บริษัทมีความยืดหยุ่นในการพิจารณาผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ดูประวัติการจ่ายเงินปันผลย้อนหลังได้ที่หน้า "ข้อมูลเงินปันผล")
ความเสี่ยงหลักที่บริษัทติดตามใกล้ชิด ได้แก่ (1) ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในตลาดต่างประเทศหลัก ซึ่งบริษัทมีการบริหารผ่านการกระจายและขยายฐานตลาด (2) การแข่งขันด้านบุคลากรทางการแพทย์และต้นทุนที่เกี่ยวข้อง (3) ความผันผวนของค่าใช้จ่ายบางรายการ เช่น สำรองผลประโยชน์พนักงานที่อ้างอิงราคาทองคำ นักลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดปัจจัยความเสี่ยงทั้งหมดได้ในแบบ 56-1 One Report
หากมีข้อสงสัย ผู้ถือหุ้นสามารถติดต่อฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ของบริษัทได้
ติดต่อเรา