ลักษณะการประกอบธุรกิจ
โรงพยาบาลที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุด
โรงพยาบาลพระรามเก้าเดินหน้าตามวิสัยทัศน์
"มุ่งสู่การเป็นศูนย์รวมด้านการดูแลสุขภาพที่ทันสมัย และได้รับความไว้วางใจมากที่สุด"
(Most Trusted Hospital) ด้วยบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพในอัตราค่าบริการที่คุ้มค่าและสมเหตุสมผล (Value for Money Services)
กลยุทธ์ทางธุรกิจ
โรงพยาบาลพระรามเก้ามุ่งสู่การเป็นโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ ด้วยบริการทางการแพทย์ที่ครบวงจรและทันสมัยตามมาตรฐานสากล ต่อยอดความเชี่ยวชาญในการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคยากซับซ้อน ควบคู่กับการขยายบริการสู่กลุ่มผู้รับบริการใหม่ ผ่าน 4 กลยุทธ์หลักที่ทำงานประสานกัน เพื่อสร้าง Synergy และความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ยั่งยืนในระยะยาว
ผลการดำเนินงานทางธุรกิจ
ยกระดับมาตรฐานการรักษาสู่การยอมรับในระดับสากล
ภายใต้กลยุทธ์ Global Standard โรงพยาบาลมุ่งพัฒนาคุณภาพการรักษาและความปลอดภัยของผู้ป่วยตามมาตรฐานสากล พร้อมเสริมความเชี่ยวชาญของศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้รับบริการทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีความก้าวหน้าที่สำคัญ ได้แก่


ตอกย้ำมาตรฐานคุณภาพระดับโลก ผ่านการประเมิน JCI Reaccreditation Survey ด้วยคะแนนร้อยละ 99.23 และได้รับการรับรองมาตรฐาน Joint Commission International (JCI) อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2553

ได้รับการยอมรับจากเวทีสากล โดยได้รับการจัดอันดับเป็น Top 10 โรงพยาบาลชั้นนำของประเทศไทย จาก World's Best Hospitals 2025 ของ Newsweek และ Statista ซึ่งสะท้อนคุณภาพการรักษา ประสบการณ์ผู้ป่วย และความเชื่อมั่นจากผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์

เสริมความเป็นผู้นำด้านการปลูกถ่ายอวัยวะ ด้วยการเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่มีสถิติการปลูกถ่ายไตสูงที่สุดของประเทศ และประสบความสำเร็จในการปลูกถ่ายไตให้ผู้ป่วยจากประเทศคาซัคสถานและบังกลาเทศเป็นครั้งแรก

ต่อยอดศูนย์ความเป็นเลิศ (Center of Excellence) โดยศูนย์กระดูกและข้อได้รับการจัดอันดับในระดับโลกจาก Newsweek พร้อมเตรียมพัฒนาเป็นศูนย์ฝึกอบรมระดับนานาชาติ (International Training Center)
ลงทุนเทคโนโลยีและประสบการณ์การรักษาเพื่อยกระดับคุณค่าการบริการ
โรงพยาบาลเดินหน้าลงทุนในเทคโนโลยีทางการแพทย์และการพัฒนาประสบการณ์ผู้ป่วย เพื่อยกระดับการรักษาให้มีความแม่นยำ ปลอดภัย และตอบโจทย์ผู้รับบริการระดับพรีเมียม ควบคู่กับการสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่ได้รับความไว้วางใจอย่างต่อเนื่อง โดยมีความสำเร็จที่สำคัญ ได้แก่


ยกระดับศักยภาพการผ่าตัดรักษา ด้วยการนำหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด Da Vinci Surgical System มาใช้ในการผ่าตัดผ่านกล้องสำหรับโรคที่มีความซับซ้อน พร้อมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในไตรมาส 1 ปี 2569

ยกระดับประสบการณ์ผู้ป่วย ผ่านการเปิดหอผู้ป่วยพรีเมียม Ward 12A และห้องฟอกไตเดี่ยว Premium HD Room เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวและความสะดวกสบายในการเข้ารับบริการ

เพิ่มขีดความสามารถในการรักษาโรควิกฤต ด้วยการลงทุนติดตั้งเครื่อง Biplane Angiography เครื่องที่สอง พร้อมเปิด Neuro ICU แห่งใหม่ เพื่อรองรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและโรคหัวใจ ลดระยะเวลารอคอย และเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา

สะท้อนความเชื่อมั่นต่อแบรนด์องค์กร ด้วยการได้รับรางวัล Corporate Image Award อันดับ 1 ในกลุ่มโรงพยาบาลเอกชน จากผลสำรวจ Thailand's Most Admired Company 2025–2026 โดยนิตยสาร BrandAge
ขยายเครือข่ายพันธมิตรเพื่อเพิ่มโอกาสการเติบโตและการเข้าถึงผู้ป่วย
โรงพยาบาลให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อขยายฐานผู้รับบริการ พัฒนาศักยภาพทางการแพทย์ และเพิ่มโอกาสการเติบโตในตลาด Medical Tourism โดยมีความคืบหน้าที่สำคัญ ได้แก่


ขยายฐานผู้ป่วยต่างชาติผ่านพันธมิตรประกันสุขภาพ ด้วยการลงนาม MOU กับ Al Koot Insurance จากประเทศกาตาร์ เพื่อให้บริการรักษาพยาบาลแบบ Cashless แก่พนักงานสายการบินและบริษัทพลังงานชั้นนำ

ต่อยอดความร่วมมือด้านนวัตกรรมการรักษา ผ่านการจัดตั้ง APD Clinic ร่วมกับ Vantive เพื่อพัฒนาการล้างไตทางช่องท้องอัตโนมัติและการฟอกไตที่บ้าน (Peritoneal Dialysis) เป็นรายแรกของโรงพยาบาลเอกชน

ขยายเครือข่ายส่งต่อผู้ป่วยจากต่างประเทศ โดยจัดทีมแพทย์ให้คำปรึกษาเชิงรุกในประเทศเมียนมา และต่อยอดการดำเนินงานสู่กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย อินโดนีเซีย และคาซัคสถาน เพื่อรองรับผู้ป่วยโรคยากและโรคซับซ้อน
ขับเคลื่อนองค์กรด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและข้อมูลเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
โรงพยาบาลเดินหน้าปรับเปลี่ยนองค์กรสู่การเป็น Smart Hospital โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและข้อมูลเป็นหัวใจสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ยกระดับคุณภาพการดูแลผู้ป่วย และสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว ผ่านการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่


เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ Smart Hospital ด้วยการพัฒนาระบบ HIS และ ERP รุ่นใหม่ รองรับการทำงานแบบ Paperless และการใช้ Data Analytics เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ

เตรียมนำ AI มาสนับสนุนการดูแลผู้ป่วย ผ่านระบบ AI Speech สำหรับบันทึกข้อมูลทางการแพทย์ด้วยเสียง เพื่อลดภาระงานเอกสารของแพทย์และเพิ่มเวลาในการดูแลผู้ป่วย

ยกระดับการให้บริการผู้ป่วยแบบครบวงจร ด้วยการพัฒนา Call Center สู่ One-Stop Service ที่สามารถนัดหมายและประเมินค่าใช้จ่ายเบื้องต้นได้ในจุดเดียว

สะท้อนการเติบโตควบคู่ความยั่งยืน ด้วยการได้รับ SET ESG Ratings ระดับ AAA ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 (พ.ศ. 2566–2568) ซึ่งสะท้อนการกำกับดูแลกิจการ การใช้เทคโนโลยี และการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับหลักความยั่งยืน